.............................................
...................
............
 
ม่ลัว้...
ครีดดดดด
มื่อไร่?
 
เมื่อไหร่จะรู้ว่ากูจะมีที่อยู่ซะที
 
..................................
 
พึ่งเข้าใจชีวิตเด็กม.6
 
สำหรับคนที่สอบตรง เราว่ามันเทียบไม่ได้กับคนที่ต้องเเอดเลย..
 
อย่างน้อยก็ไม่ต้องมานั่งกดดันเเบบนี้
 
 
วันนี้.... มาปัดฝุ่นในรอบ 5 เดือน
 
ว่าด้วยเรื่อง...... ชีวิตในรั้วมหาลัย ชีวิตที่เริ่มจะเข้าสู่โลกของความเป็นจริง
ชีวิตที่ไม่ใช่ ......ไร้สาระไปวันๆ...... นั่งหายใจทิ้ง....
ชีวิตที่ไม่ใช่ความฝัน....
 
 
นึกย้อนอดีต...................
..........................................................
.....................
 
 
ย้อนไปสมัยประถม
 
เราอยากเป็นครู
 
เเต่พ่ออยากให้เราเป็นหมอมากกกกกกกกกก
 
พ่ออยากให้เราติดเเพทย์ มหิดล...
 
พ่อชอบขับรถมาเเถวมหิดล เเล้วก็พูดกรอกหูเราทุกวัน
 
"อยากเรียนมั้ย โตเเล้วติดหมอที่นี่ให้ได้นะ"
 
ทั้งๆที่เราอยากเป็นครู (ก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะอะไร)
 
ตอนสมัยประถม ครูจะให้นักเรียนเขียนอาชีพที่เราอยากทำในอนาคตอะไรเถือกนี..
 
เราเขียนว่าอยากเป็นครูไม่ได้
 
ถ้าพ่อกับเเม่เห็น... พ่อกับเเม่จะพูดทุกทีว่า "เขียนครูทำไม ต้องเขียนหมอสิ หมอๆๆๆ"
 
เราต้องนั่งทนเขียนว่า "ข้าพเจ้าโตมาอยากเป็นเเพทย์ อยู่ถึง 5 ปี" (ป.6ไม่มีให้ทำเเล้ว)
 
ตั้งเเต่อนุบาล วิชาที่โง่สุดๆ คือเลข
 
เราชอบภาษาไทยมากๆ วิชานี้จะได้คะเเนนนำโด่งเสมอ
 
เลข มันคือยาขมสำหรับเรา เราได้ที่โหล่เสมอ
 
เเล้วเเพทย์ มันก็ต้องเก่งคำณวน
 
หนทางที่อนาคตเราจะไปสู่เเพทย์เริ่มลดลงๆขึ้นทุกที
 
....................
 
พอขึ้นม.ต้น
 
เราเริ่มรู้ตัวเองว่า เราชอบวิชาสังคมมากๆ
 
โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ เเล้วเวลาสอบย่อย เราจะได้เกือบเต็ม
 
เเต่ขอโทษ วิชาอื่น ฮวบบบ โดยเฉพาะ เลข วิทย์ อังกฤษ
 
เเม้เเต่ไทยที่ตอนประถมทำมาซะดิบดี พอขึ้นม.ต้น ก็อยู่ในระดับกลางๆ
 
เราเกลียดเลขกับวิทย์มากก เเล้วเราก็ตกสองวิชานี้เสมอ
 
เราอยากเรียนต่อสายศิลป์ ฝรั่งเศส อาจะเพราะเห็นเเม่จบสายนี้เเล้วอนาคตไปได้ไกล
 
เริ่มอยากเป็นนักการฑูต เริ่มอยากเรียน รัฐศาสตร์ จุฬา
 
อาจเพราะพ่อชอบเล่าเรื่องเก่าๆเกี่ยวกับมหาลัยนี้....
 
สมัยท่านเป็นนิสิตพระเกี้ยวปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์
 
เราจึงประทับใจจุฬามากๆ เเต่ในตอนนั้น...
 
พ่อเริ่มเปลี่ยนเเผนจากเเพทย์มหิดล เป็น วิศวะอุตสาหกรรม จุฬา
 
ทั้งๆที่เราเกลียดวิทย์กับเลขมากก..
 
พอขึ้นม.3 อยู่ๆ เเม่ก็จับเราไปเรียนพิเศษเลข ติวตัวต่อตัว....
 
จากที่เคยโง่เลข กลับกลายเป็นว่า อยู่ๆก็เมพเลข
 
สอบย่อยได้คะเเนนเกือบเต็ม บางทีก็เต็ม
 
เเล้วเราก็กลายเป็นว่า ชอบวิชาคณิตศาสตร์โดยฉับพลัน
 
เเต่วิชาอื่นเราร่วงฮวบ มีไทยที่ยังโอเค เกรดได้งามอยู่ ส่วนสังคม กลับฮวบลงๆ
 
พอถึงเลือกเเผน พ่ออยากให้เข้าวิทย์มากๆ เเต่ไปๆมาๆ.... ไม่ได้เเผนวิทย์
 
..................................
 
เราต้องอยู่เเผนที่ทุกวันต้องเจอวิชาเลขสองตัว.. เจอหนัก เจอเเม่งทุกวัน
 
บางวันเเม่งเรียนติดสองคาบ เฉลี่ยต่ออาทิตย์ก็ 12 คาบได้ จนใกล้ตาย...
 
เเต่มันกลับกลายเป็นวิชาที่เราถนัด...
 
ในทางกลับกัน ภาษาไทยเราได้เกรด 1.5  เเต่วิทย์ได้ 3 เลขได้ 4
 
เราเปลี่ยนเป้าหมายจาก รัฐศาสตร์จุฬา เป็น บัญชี จุฬา่
 
พ่ออยากให้เราเข้าที่นี่ เปลี่ยนอะเกน
 
เราก็เรียนๆชิลๆ จริงๆเเล้วเราอยากเข้า นิเทศจุฬา
 
เราใฝ่ฝันที่จะเป็นโปรดิวเซอร์ เราอยากเขียนบทภาพยนตร์
 
 ตามคำบัญชาของพระบิดา ฮ่าๆ..(=='')
 
มันเริ่มรู้สึก ไม่ใช่สไตล์เรา
 
จุฬา..... ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้เราอยู่
 
เเละเรา....ก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อไปอยู่จุฬา
 
เราเริ่มมองไปที่คณะบัญชี ธรรมศาสตร์ เริ่มไปสอบสมารท์วัน
 
(บัญชี มธ. ท่าพระจันทร์เรียนจบ5ปีได้ปริญญาโทเลย)
 
ประทับใจสถานที่มากๆ มธ. เป็นอะไรที่ใช่สำหรับเรา รุ่นพี่ก็น่ารักเป็นกันเอง...
 
ไม่รู้สิ มีความรู้สึกว่า ที่นี่เเหละ ใช่เลย
 
เเถมพี่ชายเราพึ่งเอนท์ปีที่เเล้ว เค้าอยู่เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ก็ชอบไซโค มธ. บ่อยๆ
 
ญาติๆเเต่ละคนทั้งทางพ่อเเละเเม่ ก็อยู่มธ. หมด คนนึงพยาบาลศาสตร์ อีกคนนิติศาสตร์
 
เราเริ่มอยากก้าวเข้าไปเป็น ลูกเม่โด เริ่มอยากเป็นเลือดเหลืองเเดง
 
เเต่เเล้ว ธรรมศาสตร์ก็คงไม่ได้เกิดมาให้เราอยู่เช่นกัน
 
เราไม่ติดสมารท์วัน....
 
คณะอื่นที่รับสมัครสอบเลยไม่ไปหมด ทั้งที่คะเเนนถึง เพราะพ่อไม่ให้ไป...
 
พ่อไม่อยากให้เราอยู่หอ..
 
เคยคิดจะยื่นคะเเนนเข้าสอบตรงโบราณคดี ศิลปากร
 
เเต่คิดได้ซักพัก ศิลปากร ก็คงไม่ใช่สไตล์เรา
 
เราเลือกรอเเอด
 
เราไม่บอกพ่อว่า เราอยากเข้าธรรมศาสตร์
 
พ่อเราเป็นพวกจุฬาโอนลี่สุดๆ
 
เเต่ ณ ตอนนี้.... ใบจ่ายเงินค่าเลือกคณะสี่อันดับเราเป็นเกษตรหมด
 
ตอนที่พ่อรู้ พ่อด่าเรา เน้นว่าด่าจริงๆ ที่เราไม่เลือกจุฬาเลย
 
พ่อคงเข้าใจว่าเราคะเเนนสูงมั้ง...
 
ขนาดเราเลือกอันดับหนึ่งเศรษฐศาสตร์ อันดับสอง รัฐศาสตร์  อันดับสามกับสี่เป็นมนุษย์ศาสตร์คนละเอก
 
พ่อยังว่าว่าเราเลือกเเต่คณะที่หางานทำยากเว่อร์ (ยกเว้นเศรษฐศาสตร์ พ่อไม่ว่า)
 
เราบอกว่าเราชอบภาษา เราอยากเข้าคณะสายภาษา..
 
พ่อบอกว่าเราสิ้นคิดที่เราอยากเรียนสายภาษา
 
มันดราม่า เเล้วพ่อก็วกกลับเข้าจุฬา พูดเเม่มทุกวัน
 
"จุฬาหางานทำดีๆได้ ทั้ง ปตท การบินไทย ซีพี"
 
เเต่ละที่ อื้อหือ โคตรรรรรรรรรรรรรร....หวังสูง
 
เราเเค่หวังว่าถ้าเราติดคณะอื่นที่มันไม่ใช่เศรษฐศาสตร์ เราก็จะไปเรียนคณะนี้เพิ่มที่รามเอา
 
เเต่พ่อกลับเหวี่ยง เเล้วสุดท้ายก็จบตรงที่คำว่า
 
"จะไปทำงานไร บริษัทโนเนมไร บริษัท กขคง. รึเปล่าฮะ!"
 
"ไม่เรียนๆ เนี่ยยยยยถึงไม่ได้จุฬา"
 
ขอโทษค่ะ ความเทิดทูน ฬ.ของพ่อทำเรายิ่งรู้สึกเเปลกๆกับจุฬาขึ้นทุกวัน
 
ไม่ได้เเอนตี้สถาบัน เเต่ เราเเอนตี้อาการเทิดทูนของพ่อเสียนี่กระไร
 
ทำไม เกษตรศาสตร์มันเเย่ตรงไหน? เกษตรศาสตร์เลยนะเว้ยย !!!
 
น้าเราคนนึงจบเกษตรศาสตร์ ได้เป็นดอกเตอร์ ได้ไปอเมริกา ปัจจุบันรวยมาก ทำงานดีๆ มีเงินใช้เยอะเเยะ
 
 
เกษตรศาสตร์ มันเเค่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ใช่มั้ยคะ?
 
ก็เเค่พ่อเที่ยวไปอวดใครต่อใครว่าเราติดบัญชี จุฬาเเน่ๆใช่มั้ยคะ?
 
เเค่พ่อรู้สึกเสียหน้า....
 
 
เฮ้อ อารมณ์เกรียนมันพุ่งงงงง ==*
 
คะเเนนเราถึงมธ. บางคณะ เเต่เราไม่อยากเรียน อย่างศิลปศาสตร์
 
เราอยากเข้าเอกญี่ปุ่นนะ เเต่รับน้อยไปก็ไม่ขอเสี่ยง
 
ก็ลาละกัน รั้วเเม่โดมมมมมมม.....
 
พ่อจะให้เราซิ่ว เราพยายามทำใจ ช่วงนี้ได้ยินคำว่าจุฬา มันเเบบ..........
 
เป็นความรู้สึกที่ไร้คำบรรยาย
 
มีมั้ยคะ จุฬาที่จบมาไม่มีงานทำ?
 
อยากให้พ่อเข้าใจ อยากยกตัวอย่างให้พ่อเห็น...
 
เเล้วมีมั้ย เด็กเกษตรศาสตร์ ที่เข้าบริษัทใหญ่ๆอย่างปตท ซีพี การบินไทยได้?
 
อีกประมาณสองอาทิตย์เราก็รู้ชะตาชีวิต ถ้าได้เศรษฐศาสตร์ก็ไม่ต้องซิ่ว
 
เเต่ถ้าติดคณะอื่นเปอร์เซนต์ที่ต้องซิ่วมันสูงเกิน 60 เปอร์!
 
ขอให้เราโชคดี รุ่นพี่หลายๆคนบอก ของอย่างนี้มันอยู่ที่ดวง...
 
ดวงที่เราเองเป็นคนกำหนด? หรือ พ่อเรากำหนด ?
 
ณ ตอนนี้เราขอตอบว่า เรากำหนด เพราะในใบเลือกคณะมันไม่มีจุฬาเลย ฮา
 
ความฝันของเรา ณ ตอนนี้ เราเรียนจบคอรส์ภาษาญี่ปุ่นเมื่อไหร่....
 
จะไปสอบวัดระดับ เผื่อเอาไปการันตีเข้าบริษัทญี่ปุ่น
 
หรือไม่บางทีกะชิงทุนเข้ามหาวิทยาลัยวาเซดะ (จริงๆอยากเจอพี่ยูกับยูยะ ฮาๆๆ)
 
ถึงจะรู้ว่าวาเซดะเข้ายากมากๆ รองจากโตเกียวไดเเละเคโอก็เถอะนะ...
 
ผิดหรอที่จะฝัน ถึงจะเป็นเเค่ฝันเฟื่องสำหรับใครหลายคน ไม่เเคร์หรอก
 
เเล้วก็.... กะจะไปทำงานพาททามส์....
 
รุ่นพี่คนนึงบอกสมัยนี้คนที่มีประวัติทำงานพาททามส์ในใบรีซูเม่..
 
จะมีโอกาสหางานได้สูงกว่าคนไม่ได้ทำ
 
อีกอย่างคือ จะไปสอบโทอิคด้วย ขั้นต่ำของคะเเนนอยู่ที่ 550 โอพระเจ้าาาาา Undecided (บางที่ขั้นต่ำที่ 800ด้วยซ้ำ)
 
 
 
ขอให้เราโชคดี เเละขอให้เด็กเเอดปี 54 ทุกคนดี!
 
 
ปล. คิดถึง เอมมี่ เเจน ลูกปลา พลอย นัท วิว มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกที่สุด
 
คิดถึงซุปตาร์เเก๊งค์!
 
 
スプターにとても会いたいね!!!
 
 
 
 
 
 


MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com